
จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า จังหวัดกาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้สร้างทางรถไฟยุทธศาสตร์ จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทยไปยังเมืองทันบูซายัตในพม่า โดยเกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเร่งสร้างทางรถไฟอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้นและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ซึ่งภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรีมีอุณหภูมิต่ำสุดโดยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 22.7 องศาเซลเซียส
จังหวัดกาญจนบุรี สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี และเกือบทุกอำเภอมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย มาทำความรู้จักกันเลย
อำเภอเมืองกาญจนบุรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว Photo by Wikipedia.com
สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่โครงสร้างเหล็กครึ่งวงกลม สลับโครงสร้างถัก ตอม่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร ปัจจุบันใช้เป็นทางสัญจรของรถไฟสายธนบุรี – น้ำตก หรือ ทางรถไฟสายมรณะในอดีต เป็นแลนด์มาร์กที่ทุกคนต่างรู้จัก
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก Photo by Wikipedia.com
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก หรือ สุสานสหประชาชาติ หรือที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทั่วไปเรียกว่า “ป่าช้าอังกฤษ” เป็นสุสานขนาดใหญ่บนพื้นที่ 17 ไร่ บรรจุศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะถึง 6,982 หลุม โดยเชลยศึก 300 คนเสียชีวิตด้วยอหิวาตกโรคและฝังไว้ที่ค่ายนิเกะ (ประมาณ 15 กิโลเมตร ก่อนถึงด่านเจดีย์สามองค์) ส่วนที่เหลือได้จากหลุมฝังศพเชลยศึกตามค่ายต่างๆและยังมีสุสานช่องไก่ ซึ่งรัฐบาลไทยและฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตกลงกันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2497 เพื่อสร้างสุสานสองแห่งนี้ขึ้น บรรยากาศในสุสานเงียบสงบและร่มรื่น พื้นที่ภายในได้รับการตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึก ชื่อ อายุ และประเทศของผู้เสียชีวิต บรรทัดสุดท้ายเป็นคำไว้อาลัยที่โศกเศร้า
ชุมชนถนนปากแพรก Photo by kanchanaburi.go.th
ชุมชนปากแพรกและถนนสายปากแพรก เป็นชุมชนเก่าแก่ที่สุดของเมืองกาญจนบุรี อาคารบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายตามแนวกำแพงเมืองทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำแควใหญ่ รูปแบบการก่อสร้างเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการก่อตั้งเมืองยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์และประวัติศาสตร์สากลที่ผูกพันใกล้ชิดกับสงครามโลกครั้งที่ ๒ การกำเนิดของย่านการค้าเก่าแก่ที่เกี่ยวเนื่องกับแม่น้ำสายหลักของเมืองกาญจนบุรี รวมทั้ง ภูมิหลังของบุคคลสำคัญระดับประเทศหลายคน ในทุกวันเสาร์บริเวณชุมชนปากแพรกและถนนสายปากแพรก จะมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดินและมีสินค้าจำหน่ายนักท่องเที่ยว
เรือเทวดา วัดใต้ Photo by thailandtourismdirectory.go.th
วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง จึงไม่สามารถหาประวัติอันแน่นอนได้ว่าสร้างขึ้นเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง แต่เข้าใจว่าเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีคงจะมีวัดนี้อยู่แล้วได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2521 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระเจดีย์เก่าแก่องค์หนึ่่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า ตั้งอยู่ริมตลิ่งพระเจดีย์องค์นี้มีชื่อทาง โบราณคดี กรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ นอกจากความสำคัญ ด้านประวัติศาสตร์แล้วสิ่งที่โดดเด่นของวัดใต้ ก็คือ เรือเทวดาอันงดงาม ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในวัด ซึ่งสร้างเพื่อใช้เป็นเมรุสำหรับตั้งศพของเจ้าอาวาส องค์เก่า หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้นไป เรือเทวดาจึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน
อำเภอไทรโยค
น้ำตำไทรโยค Photo by น้อยthailandtourismdirectory.go.th
น้ำตกไทรโยคน้อย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า น้ำตกเขาพัง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนผ่านจำนวนมากเพราะเดินทางสะดวกตั้งอยู่ริมถนนหลักเส้นทองผาภูมิ – สังขละ เดินจากถนนเข้าไปเพียง 100 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม บริเวณโดยรอบร่มรื่น เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่มากนัก น้ำตกจากผาไหลกระโจนลงมาด้านล่างมีแอ่งสำหรับเล่นน้ำ บริเวณด้านหน้าและถนนฝั่งตรงข้ามน้ำตกจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ของฝากหลายร้าน จึงเหมาะเป็นจุดพักรถไปในคราวเดียวกัน เดินทางจากตัวเมืองเพียง 60 กม. ในฤดูฝนน้ำจะเยอะตกจากหน้าผาสวยงามในช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค.
ทางรถไฟสายมรณะ Photo by thailandtourismdirectory.go.th
ทางรถไฟสายมรณะ อยู่ที่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ทางรถไฟสายมรณะสายนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชีย ที่กองทัพญี่ปุ่น เกณฑ์ มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานี น้ำตกระยะทางจาก สถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร “หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่ จำนวนผู้คน-เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้าง ทางรถไฟ สายนี้ก็ตายไปเท่านั้น” นี่คือคำเล่าขานถึงเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า ระยะทางกว่า 415 กิโลเมตรนี้ คือ ความหฤโหด ทารุณ และยากลำบาก ของสิ่งที่เชลยศึกได้รับ จนได้รับการขนานนาม ว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ”
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ Photo by thailandtourismdirectory.go.th
อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ เป็นโบราณสถานที่ได้รับอิทธิพลจากขอมอันมีอยู่เพียงแห่งเดียวทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ
อำเภอท่าม่วง
วัดถ้ำเสือ Photo by kanchanaburi.go.th
Photo by Freepik.com
วัดถ้ำเสือ ก่อตั้งในปี พ.ศ.2514 โดยพระครูสิทธิวิมล ภายในวัดมีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา พร้อมพระอุโบสถอัฏฐมุขทรงไทยประดับลวดลายสวยงามและ
เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทสูง 69 เมตร กว้าง 29 เมตร โดยจากเนินเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบและเขื่อนวชิราลงกรณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2526 การขึ้นเนินเขานอกจากมีบันไดแล้วยังมี
รถรางไฟฟ้าบริการ
บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม Photo by kanchanaburi.go.th
บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม ในปี พ.ศ. 2540 กรมทรัพยากรธรณี ได้มาเจาะบ่อน้ำภายในวัด พบว่ามีความร้อนถึง 42 องศาเซลเซียส จึงแนะนำให้ทางวัดนำน้ำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ต่อมาวัดได้นำน้ำร้อนในบ่อให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วิเคราะห์และพิสูจน์ ปรากฏว่าในน้ำมีแร่ธาตุหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทางวัดจึงได้จัดสร้างบ่อน้ำสำหรับบริการประชาชนที่ต้องการแช่น้ำและอาบน้ำร้อน ปัจจุบันมีบ่อน้ำร้อนทั้งบ่อนั่ง บ่อยืนและบ่อนอน บริการจำนวน 57 บ่อ
หาดทรายน้ำจืดวัดท่าล้อ Photo by kanchanaburi.go.th
หาดทรายน้ำจืดวัดท่าล้อ มีความยาวประมาณ 500 เมตร ลักษณะเป็นหาดทรายหยาบลาดลงสู่แม่น้ำแม่กลอง บริเวณนี้จะเป็นคุ้งน้ำ มีความกว้างคล้ายทะเลสาบและมีลมพัดเข้าหาฝั่ง ทัศนียภาพด้านหน้าเป็นภูเขาได้รับการพัฒนาโดยโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์องค์การบริหารส่วนตำบลท่าล้อ
อำเภอด่านมะขามเตี้ย
วัดพระธาตุโป่งนก Photo by kanchanaburi.go.th
พระจุฬามณีศรีมหาธาตุ Photo by kanchanaburi.go.th
วัดพระธาตุโป่งนก ตั้งอยู่บนเขาโดดเด่นโอบรอบด้วยเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นเขตแดนไทย-พม่า สภาพภูมิทัศน์บริเวณวัดในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม จะมีทุ่งบัวตองออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม พื้นที่ใกล้เคียงเป็นแหล่งธรรมโบราณและภายในวัดมีพระอุโบสถดินซึ่งสร้างเป็นหลังที่ 9 ในรัชการที่ 9 หนึ่งใน 4 ภาคของประเทศและเป็นตัวแทนของภาคกลางและภายในศาลาประทุมรัตน์มีพระพุทธรัตนมหาเศรษฐี (หลวงพ่อเศรษฐี) ซึ่งสร้างด้วยพลอยขาวสวยงาม บนยอดเขาวัดพระธาตุโป่งนกมีพระเจดีย์ทรงระฆังคว่ำชื่อว่า “พระจุฬามณีศรีมหาธาตุ”
ต้นจามจุรียักษ์ Photo by kanchanaburi.go.th
ต้นจามจุรียักษ์ หรือต้นก้ามปูยักษ์ เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีมากนัก เมื่อมาถึงจะตื่นเต้น และตะลึงในความใหญ่โตของต้นไม้และกิ่งก้านสาขาสวยงามร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา ซึ่งปัจจุบันหาชม ต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก
อำเภอศรีสวัสดิ์
วัเขื่อนศรีนครินทร์ Photo by kanchanaburi.go.th
เขื่อนศรีนครินทร์ Photo by kanchanaburi.go.th
เขื่อนศรีนครินทร์ หรือชื่อเขื่อนเจ้าเณร ตั้งอยู่บ้านเจ้าเณร ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ภายในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนประเภทหินทิ้งแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2516 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2523 มีความสูงจากฐาน 140 เมตร สันเขื่อนยาว 610 เมตร กว้าง 15 เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 419 ตารางกิโลเมตร มีความจุ17.745 ล้านลูกบาศก์เมตร มากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
น้ำตกเอราวัณ Photo by kanchanaburi.go.th
น้ำตกเอราวัณ หรือ น้ำตกสะด่องม่องล่าย เป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัด มีทั้งหมด 7 ชั้น ความยาวประมาณ 1,500 เมตร แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป บริเวณหน้าผาเหนือน้ำตกชั้นที่ 7 เมื่อมีน้ำตกไหลบ่าจะมีลักษณะคล้ายเศียรช้าง 3 เศียร หรือที่เรียกว่า“ช้างเอราวัณ” จึงเป็นที่มาของชื่อ“อุทยานแห่งชาติเอราวัณ”
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น Photo by kanchanaburi.go.th
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ตอนกลางของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และไหลลงมาสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ลำน้ำตกไหลบ่าเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น จึงมีความงดงามในลักษณะที่แตกต่างกันไปนจนได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี
อำเภอทองผาภูมิ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ Photo by kanchanaburi.go.th
เขาช้างเผือก Photo by wikimedia.org
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ หรือ 1,120 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่อนุรักษ์เชื่อมต่อกันถึง 17 แห่ง เนื้อที่รวม 11.7 ล้านไร่ เป็นผืนป่าใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาพภูมิประเทศและความสมบูรณ์ของป่าส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียสตลอดปี เหมาะแก่การมาพักแรมในฤดูร้อน มียอดเขาช้างเผือกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูง 1,249 เมตร
บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นที่ตั้งของเหมืองปิล็อก ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต เมื่อราวปี พ.ศ. 2483 เหมืองขุดแร่ดีบุกที่มีคนงานร่วม 600 คน จนราคาแร่ทั่วโลกตกต่ำ ผลจากการตัดราคาของแร่จากจีน ประมาณปี พ.ศ. 2527-2528 ความรุ่งโรจน์ของการขุดแร่ได้จบลง ปิล๊อกที่เคยรุ่งเรือง มีตลาดที่เฟื่องฟู เคยมีโรงภาพยนตร์ถึง 2 โรงก็เงียบเหงา เหมืองแร่ต่างๆ ที่นี่ทยอยปิดตัวลง คนงานเริ่มทยอยกลับบ้านแยกย้ายกันไป ปัจจุบันนี้รายได้หลักของหมู่บ้านอีต่องคือ การท่องเที่ยว ที่พักโฮมสเตย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ อากาศดี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร เมืองที่ร่ำรวยด้วยหมอก ปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการมาสัมผัส ต้องเดินทางผ่าน 399 โค้ง และยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ คือ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เนินช้างศึก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
อำเภอสังขละบุรี
สะพานมอญ Photo by kanchanaburi.go.th
สะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่าใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียสร้างขึ้นโดยดำริของหลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ระหว่าง พ.ศ.2529 – พ.ศ.2530 เพื่อให้คนไทย กระเหรี่ยงและมอญได้สัญจรไปมาหาสู่กัน นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมสะพานเพื่อชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ยามเช้ารวมถึงวิถีชีวิตของชาวไทยและชาวมอญ
ด่านเจดีย์สามองค์ Photo by thai.tourismthailand.org
ด่านเจดีย์สามองค์ เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ในอดีตเป็นช่องทางเดินทัพของไทยและพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซูในเขตพม่า โดยติดต่อทำเอกสาร/หลักฐานได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสังขละบุรี
ถนนคนเดินสังขละบุรี แหล่งช้อปปิ้งประจำเมืองแห่งนี้ ไม่เพียงแค่ความน่าสนใจของสินค้า หน้าตาของอาหาร หรือการจัดร้านในบรรยากาศบ้านๆ เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์เท่านั้น ทว่ายังมีกลิ่นอายของวิถีชีวิตผู้คนให้นักท่องเที่ยวได้เห็นความสวยงามเหล่านั้นได้ ที่นี่จะมีการขายของขึ้นทุกช่วงเย็นวันเสาร์ เต็มไปด้วยสินค้าท้องถิ่น อาหารการกินแบบชาวมอญ ชาวไทย และชาวกะเหรี่ยง
โปรแกรมทัวร์ ไหว้พระ 9 วัด กาจนบุรี 2วัน 1คืน
โปรแกรมทัวร์ กาญจนบุรี ปิล๊อก สังขละบุรี 3วัน 2คืน
โปรแกรมทัวร์ สโลว์ไลฟ์ @ปิล๊อก 2วัน 1คืน
โปรแกรมทัวร์ สโลว์ไลฟ์ @สังขละบุรี 2วัน 1คืน
จองตั๋วทุกเส้นทางทั่วโลกเช็คตั๋วเครื่องบินออนไลน์คลิกที่นี่
ติดต่อทีมงาน ช่องทางไลน์ คลิก